บ้านโฟมต้านภัยพิบัติทนพายุ-แผ่นดินไหว

“มหันตภัยธรรมชาติ”...ที่กำลังขยายตัวไปทั่วทุกภูมิภาคในโลก ส่งผลให้ทุกประเทศเร่งหามาตรการรับมือภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

พายุเฮอริเคนแซนดี้...พัดถล่มประเทศสหรัฐอเมริกา พายุไซโคลนนิลาม...พัดถล่มประเทศอินเดีย พายุไต้ฝุ่นบูพา...พัดถล่มหมู่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์

ล่าสุดพายุมรสุมกระหน่ำประเทศอินเดีย เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่มส่งผลให้ชาวอินเดียนับหมื่นคนต้องเผชิญกับภัยจากอุทกภัยน้ำท่วม

ถึงแม้ประเทศไทยจะเคยประสบภัยพิบัติมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็จำเป็นต้องหามาตรการเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อใดเช่นกัน...ในยามเกิดวิกฤติภัยธรรมชาติ “กองทัพไทย” เป็นหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งมีทั้งสรรพกำลัง เครื่องไม้เครื่องมือยุทโธปกรณ์ทางทหารที่สามารถนำมาใช้ในการช่วยเหลือบรรเทาภัยแก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างแท้จริง

“กองทัพไทย”...ภายใต้การนำของ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการฝึกร่วมผสมกับกองทัพต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการฝึก “คอบร้าโกลด์” ร่วมกับกองทัพสหรัฐฯที่ร่วมฝึกมานานกว่า 30 ปี หรือแม้แต่การฝึกร่วมผสมระหว่าง “กองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา”...เป็นการเฉพาะภายใต้รหัสการฝึก “การัต 2013” ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. บอกว่า การฝึกผสม “การัต 2013” มอบหมายให้กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการเป็นเจ้าภาพการฝึก มี พล.ร.ต.ไพฑูรย์ ประสพสิน ผบ.กองเรือฟริเกตที่ 2 เป็น ผอ.การฝึกร่วม

คำว่า การัต (CARAT) ย่อมาจากคำว่า Co-operation Afloat Readiness And Training ซึ่งหมายถึง การฝึกความพร้อมรบร่วมกันทางทะเลระหว่างสหรัฐอเมริกากับมิตรประเทศ โดยในปีหนึ่งๆ จะดำเนินการฝึกร่วมกับประเทศต่างๆ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ในแบบลักษณะทวิภาคี เริ่มฝึกครั้งแรกในปี 2538 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ พัฒนาขีดความสามารถองค์บุคคล ในการปฏิบัติการร่วมกันทางทหารในทุกระดับในสาขาปฏิบัติการต่างๆ

การฝึกในปีนี้ได้วางแผนร่วมยึดหัวหาดบริเวณพื้นที่หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ฝึกความพร้อมรบร่วมกันอาทิ การป้องกันภัยทางอากาศ การยิงอาวุธประจำเรือ การค้นหาเรือดำน้ำด้วยเรือผิวน้ำและอากาศยาน การฝึกสาธิตการใช้ UAV...การปฏิบัติการรบผิวน้ำ การฝึกนำ ฮ.ขึ้นลงดาดฟ้าในเวลากลางวัน...กลางคืน

“การตรวจการณ์พ้นระยะขอบฟ้า การตรวจค้นการรับส่งน้ำมันในทะเล การฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย การแปรกระบวนเรือ การฝึกแบ่งฝ่ายประลองยุทธ์ การฝึกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก”

ระหว่างการฝึกรบร่วมกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังจัดกำลังพลส่วนหนึ่งเข้าร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศ และพัฒนาขีดความสามารถขององค์บุคคล

ที่น่าสนใจเทคโนโลยีวิวัฒนาการในรูปใหม่ ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯตั้งใจนำมาสาธิตให้ลูกประดู่ไทยได้เรียนรู้ นั่นคือ “โครงการก่อสร้างบ้านโฟม” ในการฝึกช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติ ซึ่งสามารถต่อยอดในการนำไปปรับปรุงพัฒนาในหลายๆด้านตามสภาพภูมิประเทศ

กรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือ เข้าร่วมกับ กองพันช่างโยธาเคลื่อนที่ทางทะเล กองพันที่ 5 กองทัพเรือสหรัฐฯ ร่วมสร้างบ้านโฟมหลังแรก ขนาด 4 เมตรคูณ 5 เมตร ขึ้นบริเวณค่ายฝึกอบรม กรมก่อสร้างและพัฒนาฯเพื่อใช้เป็นบ้านตัวอย่างไว้ศึกษา

นายทหารเรือสายเลือดไทย เรือตรี Jacky Visava หัวหน้าชุดประจำกองพันที่ 5 กองทัพเรือสหรัฐฯ วิศวกรโยธาซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าประจำการกองทัพเรือสหรัฐฯ บอกถึงขั้นตอนการสร้างบ้านโฟมว่าเริ่มจาก...การวางแผนและเตรียมการ หลักการและทฤษฎีของบ้านโฟม วิธีการก่อสร้าง ข้อที่ควรปฏิบัติต่างๆและการวางแผนปฏิบัติงานร่วมกันในการก่อสร้างบ้านโฟม ด้วยหลักการ Saebi Alternative Building System (SABS TM)

ขั้นต่อมา...การสร้างฐานรากอาคารของบ้าน เป็นการก่อสร้างฐานที่เป็นคอนกรีต หนาราว 15 เซนติเมตร ซึ่งจำลองเหตุการณ์ว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติจะยังคงเหลือฐานปูนที่เป็นพื้นบ้านเดิม จากนั้นจะเป็นการยึดตัวบ้านเข้ากับฐานรากของบ้าน โดยการตั้งเหล็กขึ้นมาจากฐานรากคอนกรีต เพื่อใช้เป็นที่ยึดติดกับโครงสร้างบ้านที่เป็นโฟม โดยการสอดเหล็กไว้ในโฟม

ขั้นที่สาม...การประกอบโครงสร้างผนัง หลังคา ด้วยโฟม พร้อมเจาะช่องร้อยสายไฟ เป็นการสร้างโครงสร้างหลักด้วยการนำโฟมแผ่นที่มีขนาด 1.2-2.4 เมตร หนา 20 เซนติเมตร มาต่อเชื่อมกันด้วยกาวชนิดพิเศษตามแบบแปลนที่กำหนด ซึ่งในส่วนของโครงสร้างหลังคาสามารถต่อเชื่อมกันไว้ก่อนแล้วจึงยกขึ้นประกอบหลังจากเชื่อมตัวโครงสร้างอาคารเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

เรือตรีแจ็คกี้ บอกว่า เนื่องจากบ้านโฟมไม่จำเป็นต้องมีเสา ทำให้ขั้นตอนนี้สามารถดำเนินการได้ภายในเวลาอันสั้น ภายหลังติดตั้งโครงสร้างหลักเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเป็นการติดตั้งระบบไฟฟ้าโดยสามารถเจาะช่องทางต่างๆ ได้ในโฟม ซึ่งใช้อุปกรณ์ที่เฉพาะในการตัดโฟมตามรูปร่างที่ต้องการ

แล้วก็มาถึง ขั้นตอนที่สี่...การฉาบปูนผนัง และหลังคา เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะใช้ให้โครงสร้างบ้านมีความแข็งแรงมากขึ้น และใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากจะต้องฉาบปูนที่มีส่วนผสมหลายอย่าง คือ ไฟเบอร์กลาส ปูนปอร์ตแลนด์ ทราย Copolymer และส่วนผสมอื่นๆ ในขั้นตอนนี้ถ้ามีเครื่องพ่นปูนก็จะทำให้รวดเร็วขึ้น

ขั้นสุดท้าย...เป็นการตกแต่ง ทาสี เป็นขั้นตอนในการเพิ่มความสวยงามให้แก่อาคาร  อาทิ  การฉาบปูนให้เรียบ การทาสี รวมไปถึงการตกแต่งอื่นๆ

นายทหารเรือสหรัฐฯสายเลือดไทย บอกอีกว่า คุณสมบัติพิเศษของบ้านโฟมสำคัญที่สุดคือใช้ระยะเวลาก่อสร้างเพียง 2- 3 วันและสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวได้มากกว่าบ้านทั่วๆไปถึง 3 เท่าสามารถซ่อมทำปรับปรุงได้ง่าย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง

“บ้านโฟมมีความคงทนต่อความร้อนจากเปลวไฟได้อย่างดี เพราะตัวบ้านมีเนื้อใยแก้ว และปูนที่ฉาบป้องกันความร้อน ซึ่งจากการทดสอบได้วางก้อนหินหนัก 5 ตัน บนหลังคาบ้านสามารถทนได้ถึง 15 นาทีขณะเกิดเพลิงไหม้ และแน่นอนเนื้อโฟมย่อมละลายหมด แต่ยังคงเหลือปูนที่ฉาบเคลือบไว้ด้านนอก หากจะซ่อมแซมก็สามารถยิงโฟมเหลวเข้าไปในผนังปูนก็จะสามารถคงสภาพเหมือนเดิม นี่คือคุณสมบัติพิเศษของบ้านโฟม”

“บ้านโฟม” ได้ผ่านการทดสอบมาแล้วจากมาตรฐานของสหรัฐฯ ป้องกันพายุเฮอริเคน ป้องกันแผ่นดินไหวได้ จากการทดสอบแผ่นดินไหวในแคลิฟอร์เนีย 8.5 ริกเตอร์ หรือในระดับ 5 ของการเกิดแผ่นดินไหว ด้วยความอ่อนตัวของโฟม ปูนที่มีความแข็งและกาวที่ยึดแน่นสูตรพิเศษที่ค้นคิดขึ้นมา สามารถสร้างได้สูงถึง 4 ชั้น

ถือเป็นอีกนวัตกรรมสำคัญที่มีไว้ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่กันแน่.